หลังจากนั้น 1 เดือน
posted on 02 Feb 2010 17:15 by anatae in Endless-StoryHisashiburi~
ขอแอบทักทายเบาๆกับบล็อคเล็กๆที่เราปล่อยร้างมาได้ระยะนึง
จากเหตุการณ์ตอนสุดท้ายเมื่อถึงเวลาต้องร่ำลาจากที่เดิมวันนี้ก็ผ่านไปประมาณเดือนเศษ
การได้กลับมาอยู่บ้านเต็มตัว กลายเป็นความรู้สึกใหม่
เพราะเมื่อลองนับย้อนกลับไป การได้อยู่บ้านทุกวันช่วงสุดท้ายก็คือก่อนเข้ามหาลัย
การได้อยู่กับครอบครัว กินข้าวรสเดิมที่เราคุ้นเคย ช่างเป็นเรื่องแสนวิเศษ
ถึงแม้ว่าบางอารมณ์จะรู้สึกว่าไม่สามารถทำตัวเถลไถลได้เหมือนตอนอยู่คนเดียวก็ตาม
แต่ก็อย่างที่ใครๆก็บอกว่าไม่มีที่ไหนอบอุ่นเท่าบ้านเรา
.
.
สำหรับที่ทำงานใหม่1 เดือนที่ผ่านไปก็ยังเป็นแค่การเทรนนิ่งภาพรวมของบริษัทและงานที่ได้รับมอบหมาย
ตอนเทรนนิ่งนี่ชิลด์ได้ใจ สมที่ใครๆบอกว่าเป็น honeymoon period จริงๆ
ส่วนงานที่ได้รับมอบหมาย(ในตอนนี้)ไม่เรียกว่ายาก แต่เรียกว่าต้องการความละเอียดรอบคอบเป็นที่สุด
หลังจากเริ่มยืนด้วยลำขาเล็กๆของตัวเองแล้ว ก็เริ่มมีเคสต่างๆให้ได้ศึกษาและแปล๊บเล็กๆพอเป็นกระสัย
แต่ภาษาญี่ปุ่นนี่สิ...แทบไม่ได้พูดเลย....จะลืมไหมเนี่ย
.
.
รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไปทำให้รู้สึกว่าชีวิตหายใจหายคอได้สะดวกมีเวลาทำนี่นั่นโน่น ได้อย่างใจอยาก
ต่างกับการเป็นสาวโรงงานที่ทุกอย่างถูกบีบบังคับด้วยกฎและเวลา วันๆก็แปลๆๆ ไม่มีอะไรทำก็ต้องทำเป็นยุ่งเข้าไว้
แต่ความยืดหยุ่นก็ทำให้เสียนิสัยเล็กน้อย
อย่างตอนแรกที่ตั้งใจไว้ว่าปีแรกจะเข้างานตอนแปดโมงและกลับห้าโมง
ผ่านไปแค่ครึ่งเดือนก็เริ่มมาทำงานเก้าโมง (^_^;)
ตอนกลางวันก็แอบเถลไถลไปอีกประมาณครึ่งโมงตลอด (^_^;)
ขนมนมเนยก็มีประจำโต๊ะทุกวัน ทำงานไปก็หม่ำไป สบายใจแท้
ชีวิตสาวออฟฟิศเค้าเป็นอย่างนี้กันนี่เอง...
.
.
ส่วนเพื่อนใหม่
ยังโชคดีที่คนที่เข้ารุ่นเดียวกันมี 2 คนที่อยู่แผนกเดียวกันและฟลอร์เดียวกัน
เลยได้พื่อนกินข้าวกลางวันทุกมื้อ
จริงๆต้องเรียกว่าน้อง 2 คน คนนึงเป็นน้องผู้หญิงสวยใส จบใหม่ใสกิ๊ก พูดภาษาจีนได้
กับอีกคนเป็นน้องผู้ชายที่อ่อนกว่าเราสามปี พูดภาษารัสเซียได้
ตอนนี้ก็เริ่มสนิทกันระดับนึง ทุกกลางวันก็ enjoy eating and enjoy shopping
ส่วนน้องๆในแผนก แต่ละคนก็นิสัยดี พร้อมสอนงาน ให้ความช่วยเหลือ
ถือเป็นโชคดีของเราแล้ว..
โดยรวมตอนนี้ก็รุ้สึกว่ายังไม่มีอะไรที่เป็นปัญหา
ทุกอย่างก็ค่อยๆเดินไปตามจังหวะของมัน
หวังว่าจะมีสถานการณ์อย่างนี้ไปนานๆหน่อยนะ