ทำสวยและรวยบุญ

posted on 02 Mar 2009 20:33 by anatae  in Zummer-Time

ตั้งแต่เพื่อนในเอกคนนึงแต่งงานแต่งการและมีร้านทำผมเก๋ไก๋ใต้คอนโดของเธอ

ทำให้กลายเป็นศูนย์กลางของการพบปะและเสริมสร้างความงามของบรรดาสมาชิกถาวรของกลุ่ม

เสาร์ที่ผ่านมาก็ได้แวะเวียนไปใช้บริการอีกครั้งด้วยการไปยืดผม

ไม่ใช่เราคนเดียวที่ไป แต่มีการนัดกันล่วงหน้าของสมาชิกถาวร

อันประกอบด้วย เรา ป้าแต้ว(หุ้นส่วนร้าน) ป้าบอย ป้ากบ และป้ายุ้ย และป้ากิ๊ฟท์

โดยมีวัตถุประสงค์ปลีกย่อยที่แตกต่างกัน

โดยป้าบอยต้องการปิดผมขาวด้วยการทำสีผม

ป้ากบต้องการทำสีผมและนำวิตตองมาปล่อย

(ซึ่งเราก็เป็นเหยื่อไปเรียบร้อย....จนยากไปอีกระยะ)

 ป้าแต้วมาดูร้านและโหลดรูปที่ไปหัวหินด้วยกันเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา

ป้ายุ้ยอยากกินสเต็กไทยหลังจากที่คุยฟุ้งว่าเวลาไปบินกินแต่เนื้อออสเตรเลีย เนื้อโกเบ..(ช่างเวอร์เหนือใคร)

ส่วนป้ากิฟท์งานนี้ก็มากับเค้าด้วยเพราะต้องการตัดผมและนำเสนอข้าวผัดน้ำพริกกุ้งเสียบและกิมจิ

วันนั้นขาดแต่ป้าแปล๊บที่ต้องประกอบอาชีพตามหน้าที่การเป็นล่ามในโรงพยาบาล...น่าเสียดายเรยไม่ครบแก๊งค์

วันนั้นกว่านางสุดท้ายจะตัดผมเสร็จ(คือป้ากิฟท์ที่บอกว่ามาบ่ายๆแต่มาถึงเอาเกือบห้าโมง)ก็หกโมงกว่า

ระหว่างรอป้ากิฟท์ทำสวยอยู่ พวกเราก็ทำกิจกรรมต่างๆรอ เช่นการกินเค้กร้านข้างๆรอ(โดยเอาข้าวผัดป้ากิฟท์มากิน

ในร้านเค้าด้วย..แบบว่าอาศัยความซี้และเป็นจังหวะที่ไม่มีลูกค้าอื่น) และดูรูปที่ถ่ายตอนไปหัวหินกันอย่างครื้นเครง

ในขณะที่เราก็ให้ป้าม่วนผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งหน้าช่วยแต่งและสอนการเขียนตาให้กลมโต

(สุดท้ายก้ยังทำเองไม่เป็นเหมือนเดิม)

ในระหว่างนั้นก็ชั่งใจว่าจะสอยวิตตองใบไหนดี

(เสียงป้ากบลอยมาว่าใบไหนก้ได้ค่ะ แต่ถ้าบอกว่าซื้อแล้วไม่เอาไม่เอาซักใบป้าจะโดน...)

ในที่สุดก็ได้มาอย่างที่เห็น ....

 

  .
.
 

เช้าอีกวันตื่นแต่เช้าด้วยจิตใจแจ่มใส(แต่สมองตื้อๆเพราะคืนวันเสาร์เม้ากะป้ากิฟท์จนตีสอง)

วันนี้จะเป็นวันรวยบุญหลังจากเมื่อวันเสาร์ทำสวยเรียบร้อย

อากาศก็เป็นใจเมื่อกทมก็โดนพายุฤดูร้อนกะเค้าทำให้วันอาทิตย์ฟ้าครึ้ม สามารถเดินเล่นเย็นใจได้บ้าง

นัดนี้นับได้สี่คนคือ ชี ชีและซี ชี(จะนับให้มันดูเยอะๆเข้าไว้) ซึ่งเปลี่ยนโปรแกรมหาเสื้อสวยเพื่อตัวเอง เป็นการทำบุญเพื่อผู้อื่น

เป้าหมายแรกคือวัดหัวลำโพงและมูลนิธิปอเต๊กตึ๊ง

รู้สึกผิดที่ใส่ขาสั้น มิสุภาพเล็กน้อย

 .

.

เราก็มาต่อด้วยวัดที่ถูกขนาบข้างด้วยห้างใหญ่อันดับต้นๆของไทยและของเอเชีย...นั่นคือวัดปทุมวนาราม 

ไม่น่าเชื่อว่าพอเข้าไปในวัดเหมือนเสียงรบกวนต่างๆถูกตัดเสียสิ้น เกิดความสงบได้อย่างประหลาด

เราแทบจะลืมไปเลยว่าเมื่อกี้เราเพิ่งผ่านมาบุญครอง ย่านสยาม และสยามพารากอนที่คราคร่ำไปด้วยรถยนต์และผู้คน

น่าเสียดายที่ทางวัดปิดปรับปรุงเราเลยได้แต่ไหว้พระ แต่นับว่าโชคดีที่ได้สักการะพระบรมสารีริกธาตุด้วย

 

เป็นบุญของลูกช้างที่ได้สักการะ

.

หลังจากนั้นเราก็ตัดสินใจว่าไปกินข้าวกันที่เซนทรัลเวิร์ด ดังนั้นเราจึงแวะไหว้พระพรหม
 

 

  เห็นแววการอิ่มบุญ

 

เพื่อนรักก็เช่นกัน

  .

.

ต่อด้วยการไหว้พระมูรติและพระพิฆเนศวรเพื่อขอพรสำหรับพวกเราที่ใช้ศิลปแห่งวาจาทำมาหากิน
 
 .
.
 

เมื่อจบเส้นทางธรรมในย่านช้อปปิ้งแล้ว ก็ถึงเวลาเส้นทางปากท้อง

ร้านที่เราเล็งไว้คนเยอะซะงั้น สุดท้ายเลยตายที่ฟู๊ดล็อบเหมียนเดิม

ด้วยความง่วงมากกก ทำให้ตัดสินใจกินหนมแทนข้าว

 ว่าแล้วก็ไปสอยไอติมด้วยโตอันประกอบไปด้วยลาสเบอรี่และสตอเบอร์โยเกิร์ตอย่างละก้อน

สองรสชาติกินแล้วเปรี้ยวๆหวานๆ(เหมือนคนกิน..อิอิ) และชื่นจายยเป็นที่สุด 

 

 

แบบว่าไม่ค่อยอยากินเรยย มาถ่ายอีกทีไอติมก็เกือบหมดแว้วว

.

.

ช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว ราวกับไอติมแสนอร่อยถ้วยนั้น

ที่เราเองต้องรีบกินก่อนที่ความหอมหวานเย็นฉ่ำนั้นจะละลายหายไป

เมื่อโลกแห่งความจริงรอการมาถึงในวันจันทร์ เราและชีก็ต้องถึงเวลาร่ำลา

ระหว่างพาคุโระกลับชายแดน แผนการเดินทางครั้งหน้าก้ผุดขึ้นมาอีกครา

แอบยิ้มนิดๆ บอกคุโระว่าเด๋วอาทิตย์หน้าจะพาไปเที่ยวอีก....

 

.   .   .   .   .

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แบ่งความอวบจากเพื่อนมาบ้างก็ดีนะ

เห็นไหเธอแล้ว อยากยืมไปตากผ้า

#2 By อ่ะนะ... (203.185.131.97) on 2009-03-03 17:41

เห็นรูปตัวเองที่เทียบกับเพื่อนซี
ทำให้รู้ว่าอวบอ้วนขนาดไหน
คงต้องลดน้ำหนักอย่างจริงจังเสียที
และก็เอาใจช่วยซีให้สมบูรณ์ขึ้นมาอีกนิด

#3 By Chee (124.38.144.145) on 2009-03-09 08:19