TPS:ตอนสัปดาห์แห่งความล่ก
posted on 21 Sep 2008 23:11 by anatae in Bussiness-Trip
หลังจากที่ปลายสัปดาห์ก่อนโน้นมีข้อสรุปออกมาแน่ชัดว่า
เราเองจะได้เดินทางไปเป็นล่ามในการแข่งขัน
3S/TPS ที่บริษัทแม่จัดขึ้นที่ญี่ปุ่น
สัปดาห์ที่ผ่านมาจึงเป็นสัปดาห์ที่มีแต่เรื่องและล่กสุดๆ
เริ่มด้วยตั้งแต่วันจันทร์เริ่มมีอาการหวัดเล็กน้อย เจ็บคอ ไอ มีน้ำมูก
และต้องตามเรื่องซื้อโน๊ตบุ๊คตัวใหม่เพื่อให้เค้ามาส่งให้ได้ก่อนเดินทาง
(เรื่องนี้มีความโชคดีนิดหน่อย คือ พลอยโชคดีได้โน๊ตบุ๊คไฮโซ
เพราะผู้จัดการโรงงานคนญี่ปุ่นอนุมัติให้รองผู้จัดการโรงงานคนไทย
ที่คราวนี้เดินทางไปพรีเซนต์ 3S
ตอนนี้ก้เลยพูดทีเล่นทีจริงว่า ไม่รุ้ว่าจะได้เครื่องไหม่ด้วยไหมคะ
เพราะอย่างทีเห็นมันช้า และหน้าจอก้เปนเส้นๆหลายเส้นค่ะ
ปรากฎว่าได้ค่ะ...ฮี่ๆๆ เสร็จโจร งานนี้มีโน๊ตบุ๊คไว้เรียนป.โทปีหน้าแระ..ลัลลา)
.
.
กลับมาเรื่องวุ่นวายต่อ
ตั้งแต่วันจันทร์
ต้องเริ่มอ่านศัพท์ที่เกี่ยวกับการผลิตแบบโตโยต้า
และเอกสารอีกมากมาย เพราะล่ามจะได้ช่วยพี่คนไทยตอบ
เวลาพี่คนไทยไม่รู้
.
.
วันอังคาร
วุ่นวายกับการกรอกเอกสารทำวีซ่า และเอกสารทำเรื่องขอค่าเบี้ยเลี้ยง
ทำให้รู้ว่าถ้าเคยเปลี่ยนชื่อต้องเอาใบเปลี่ยนชื่อไปยื่นด้วย
กรรมล่ะสิ...เพราะอยู่บ้านที่กทม พรุ่งนี้เค้าไปยื่นขอวีซ่ากันแล้ว
กลับบ้านก้ไม่ได้
งานแปลเรื่อง 3S/TPS โดยย่อจากประธานเพื่อให้พี่คนไทยได้อ่านยังไม่เสร็จ
วันนั้นเลยต้องอยู่ดึกมากก และอีกวันก้ไม่ได้ไปยื่นวีซ่าพร้อมคนอื่น
อาการหวัดเริ่มเลวร้ายลง
.
.
วันพุธ
ได้บทพรีเซนต์ของทางทีม TPS ต้องรีบปั่นเพื่อให้พี่ๆเค้าได้ท่อง
ก่อนซ้อมรอบแรกในวันศุกร์
วันนั้นตั้งใจกลับเร็ว เพราะจะกลับบ้านไปเอาทะเบียนบ้านกับใบเปลี่ยนชื่อ
เจ้ากรรม
พี่เล้งติดประชุมเลิกห้าโมงเกือบครึ่ง
แถมเจ้าน้องที่ทำเรื่องยื่นวีซ่า ดันเอารูปกับพาสพอร์ตเราติดมือไปกทม
ต้องรอน้องมันกลับมาอีก ก้เกือบๆหกโมง
ระหว่างทางกลับไปบ้านพี่เล้งเพื่อเปลี่ยนชุดก่อนขึ้นรถตู้คันหนึ่งทุ่ม
ฝนตกหนักมากกกกกกกก
อาการหวัดเริ่มทรุดหนักกว่าเดิม เพราะเริ่มมีไข้
สุดท้ายเลยแคนเซิล
แล้วโทรไปถามพี่ทาง HR ว่ารถที่เห็นบอกว่าจะเข้ากทมน่ะไปเช้ากว่าเดิมได้ไหม
ยังมีโชคอยู่บ้าง สรุปว่าได้เลยให้เค้ามารับหน้าบ้านพี่เล้งตอนหกโมงเช้า
จะได้แวะไปเอาเอกสารที่บ้านก่อน
งงใช่ไหมว่าทำไมไปลาครึ่งวันขับรถกลับเอง
นั่นเพราะอาทิตย์ต้นเดือนตัดสินใจเอาคุโระไปซ่อมสี
กรรมจริงๆครับพี่น้อง เพราะหลังจากนั้นชีวิตควรต้องมีรถเองอย่างยิ่ง
พี่เล้งเองต้องมานั่งรอเรากลับบ้านแทบทุกวัน
เราเองก้ลำบากใจ งานก็ไม่เสร็จ
.
.
วันพฤหัส
ไปทำวีซ่า โดยแวะไปเอาเอกสารมาครบถ้วน
นึกว่าจะหมดเคราะห์แล้ว
ระหว่างรอคิวเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี จริงๆก็เกิดตั้งแต่ตอนเริ่มออกเดินทางตอนเช้า
ก็เลยเอาเอกสารมาดู
ลางสังหรณ์แม่นมากถึงมากที่สุด
เพราะ
เอกสารรับรองการทำงานที่บริษัทออกให้
พิมพ์นามสกุลตกไปตัวนึง
เอาล่ะสิ ความล่กกลับมา
รีบโทรไปหาพี่เมเนเจอร์ HR
เค้าก็ตกใจ
(พี่เค้าประจำ พี่เล้งชอบบ่นให้ฟังว่าแกไม่ค่อยรอบคอบ)
แกก้บอกว่างั้นให้เอาใบนี้ไว้ล่างๆ
ถ้าเค้ามองเห็นก็บอกว่างั้นเด๋วขอมีแค่เอกสารนี้ยื่นพรุ่งนึ้ได้ไหม
(คิดในใจ:จะต้องมาอีกไหมเนี่ย ปราจีน-กทมไม่ใช่ใกล้ๆ ยังไม่ได้ซ้อมพรีเซนต์เลย)
แต่ระหว่างนั้นก็มีลางดีว่าจะรอด และก็รอดดังคาด เค้าไม่เห็น
(หมายถึงไม่เจอในวันนั้น แต่เด๋วต้องรอผลบ่ายวันจันทร์ที่จะถึง)
ทำวีซ่าเสร็จ รีบไปรับคุโระที่ศูนย์พระราม 3
ใจก็ตุ๊มๆต่อมๆ จะรอดจนถึงบ้านไหม ช่วงนี้ยิ่งดวงดีๆอยู่
มาถึงก็รีบเปลี่ยนชุดกลับมาทำงาน
โดยไปซ้อมบทกับทีม TPS
แต่กับทีม 3S พี่เค้ายังปั่นเอกสารอยู่เรย..
โอ้ววว กรรมอีกแล้ว วันศุกร์ต้องซ้อมใหญ่รอบแรกให้ประธานดู
.
.
วันศุกร์
ชีวิตค่อยกลับมาราบรื่น
แต่มีข่าวไม่ดีนิดหน่อยว่าโน๊ตบุ๊ค จะมาถึงเกือบๆเดินทาง
แถมเงินค่าเตรียมตัวค่าเบี้ยเลี้ยงก็ล่าช้าออกไปอีก
นั่น...กะไว้แล้วววว ขนาดว่าตามเรื่องทุกวัน
เข้าใจเลยว่าทำไมพี่เล้งอยากยึดอำนาจแผนก GA/HR
เพราะทำงานแบบข้าราชการนี่เอง...เฮ้อ
ตอนบ่าย การซ้อมรอบแรกผ่านไปด้วย...ไม่ค่อยดี
มีจุดที่ต้องแก้ไขหลายจุด
ซึ่งอาทิตย์หน้าจะมีซ้อมอีกสองครั้ง
.
.
และแล้วสัปดาห์แห่งความล่กก็ผ่านพ้นไป
ด้วยอาการเกือบตาย
รถก็ไม่มีใช้ แถมไม่สบาย
หลายเรื่องก็ปะเดปะดังเข้ามา
เรียกว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่มีวันไหนได้หลับสนิท
ฝันถึงแต่ TPS -3S วนเวียน
นอนไม่หลับก็ไม่อยากกินอะไรเท่าไหร่
น้ำหนักช่วงนี้ก็ลดลงไปอีกหนึ่งกิโล
เหลือ 44 กิโลกรัม
สัปดาห์ต่อๆไปจะเป็นยังไงหนอ
.
.
ลุ้นกันจนกว่าจะผ่านวันแข่งขันจริงไปได้นั่นแหละ