Zummer-Time

ห้าวันฉ่ำปอด

posted on 13 Aug 2009 16:47 by anatae  in Zummer-Time

สำหรับวันหยุดยาวของคนทำงานช่างมีค่าดั่งทอง

ครั้งนี้ก็ใช้คุ้มเหมียนเดิม แต่ครั้งนี้อาจต่างออกไปคืออยู่ติดบ้าน

ออกไปข้างนอกแค่พอหอมปากหอมคอ

นัยว่าเพื่อความสนุกสนานและการสร้างคอนเนคชั่นอย่างต่อเนื่อง

.

.

เริ่มต้นจากเช้าวันเสาร์ซึ่งถือเป็นวันกิจกรรมตั้งแต่เช้าจรดตีหนึ่ง...

สตาร์ทชีวิตด้วยการลองเดินตลาดอัมพวาและไปนั่งเล่นร้านกาแฟที่เปิดมาก่อนเราเกิด

ตลาดยามเช้าของอัมพวาเป็นของจริงที่ไม่ใช่ตลาดที่ผ่านการปรุงแต่งเหมือนตลาดยามเย็น

ไม่ได้มาเดินตลาดเช้าที่นั่นนานมากจนจำไม่ได้ว่ามาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

แต่ร้านที่เป็นอาคารพานิชย์ยังอยู่เหมือนเดิมอาจจะขาดหายหรือเปลี่ยนแปลงไปก็ไม่น่าเกินสองสามร้าน

ตลาดยามเช้าวันนี้ต่างจากตอนเด็กไปมาก ร้านผักของสดหาแทบไม่เจอ

อาจเป็นเพราะเด๋วนี้มีตลาดนัดกันทุกวัน ตามสถานที่ต่างๆจนตลาดประจำก็อยู่ได้ลำบาก

ตลาดจึงได้ปรับเปลี่ยนไปตามรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน

กลายเป็นตลาดของกินและอาหารสำเร็จรูปแทน

ว่าแล้วก็ลอง น้ำเต้าหู้ กุ่ยช่าย ทอดมัน และจบที่ร้านกาแฟ

มื้อนี้จากความเห็นสองป้าหลานให้ผ่านแค่น้ำเต้าหู้

เพราะเครื่องเยอะ ชนิดว่าหาไม่ได้ในกทม รสก็หวานกำลังดี

ส่วนกุ่ยช่ายแป้งกะไส้ใช้ได้เสียที่น้ำจิ้มรสไม่เด็ดพอ

(ใครเคยกินน้ำจิ้มหวานๆอาจนึกไม่ออก

เพราะกุ่ยช่ายสมุทรสงครามเป็นซีอิ้วดำสูตรดำเนินผสมน้ำส้มสายชูปรุงรส

 ใส่พริกขี้หนูสวนนิดหน่อย จึงออกรถเค็มเปรี้ยวและเผ็ดกำลังดี)

ตอนนี้สำหรับครอบครัวเราจึงมีถูกใจอยู่แค่สองร้าน

คือร้านแถวบ้านที่ทำสืบต่อมาจนรุ่นลูก(เค้าจะขี่มอร์เตอร์ไซด์ขาย กับร้านในตลาดแม่กลอง

ส่วนทอดมันอันนี้ให้คะแนนติดลบไปเลย เสียชื่อจังหวัดติดทะเลหมดจึงไม่ขอกล่าวถึงในรายละเอียด

.

.

ก่อนกลับบ้านในตอนสายแวะลองล้างรถร้านเพื่อนน้องชายที่อยู่เลยอัมพวามาระยะนึง

ผ่านทีไรจะเห็นมีรถมาให้ล้างอยู่ตลอดน้องชายบอกว่ารายได้ดีนะวันๆล้างแทบไม่ทัน

ล้างใช้ได้ระดับนึงไม่สามารถเรียกได้ว่าเพอร์เฟ็ก แต่ราคาโอเคแค่110บาท

แถมแว๊กให้ฟรีด้วย(แว๊กซ์เราของเราเอง) คือถ้ามองจากฝีมือประมาณนี้กับราคา

ก็เลยเข้าใจว่าทำไมมีลูกค้าต่อเนื่อง....

.

.

ตอนบ่ายก็ไปดูบอลตามสัญญาที่ให้ไว้กะพี่ๆกลุ่มเชียร์

คราวนี้ปลาทูเล่นในเข่ง(บ้าน)ตัวเองงานนี้รับการมเยียนของราชนาวีระยอง

เสียงเชียร์คึกคักทั้งสองฝ่าย เราเองที่ไม่ได้มีพรสวรรค์ในการจับทำนองก็มีส่วนร่วมกะเค้าเหมือนกัน

แต่...ผลปรากฏว่า ถูกอัดคอหักคาเข่งไป 3-0 แงๆๆๆๆ

พอเกมส์จบต่างคนก็ต่างคอตกแยกย้ายกลับบ้านสุดริด

ในเมื่อหาเรื่องฉลองต่อไม่ได้เรากับน้องๆก็เลยแวะหาไร(ที่คิดว่า)อร่อยกินเสียหน่อย

น่าเสียดายร้านข้าวหมูแดงไม่ขาย เลยได้ลองของใหม่เป็นร้านผัดไทหอยทอดข้างๆ

วันนั้นเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งหอยทอดออกแนวเสียชื่อจังหวัดติดทะเลอีกแล้ว

จึงไม่ขอเอ่ยรายละเอียดเหมือนเดิม

.

.

คืนนั้นพวกเราตัดสินใจไปต่อที่สนามแข่งรถ “เทพนคร”

น่าเสียดายที่เป็นวันแข่งพวกรถกะบะ ทั้งแบบจับเวลา และแบบเอาเร็วชนะ

ประสบการณ์ไปดูแข่งรถครั้งแรกก็ตื่นเต้นดี ถ้าเป็นรถเก๋งก็จะดีอยากเห็นแข่งดริฟท์ด้วย

ขนาดว่าไม่ได้สนใจอะไรยังอยู่กันเที่ยงคืน....เหอๆ

.

.

อีกวันเลยกว่าจะตื่นเป็นจริงเป็นจังก็เที่ยงกว่าแล้ว

โทรเสียงงัวเงียไปไปบอกเจ้าเหมี่ยวว่าเด๋วไปหาตอนบ่ายๆ

ไปหาเจ้าเหมี่ยวทีไรก็เป็นร้านกาแฟร้านเดิม แถมนั่งโต๊ะเดิมอีก

คุยกันเมามันราวกับไม่เจอกันมาชาติเศษ

ว่าแล้วก็มีเรื่องขำคือตอนดูรองเท้าร้านโปรดเจ้าเหมี่ยวที่ตลาดกำนันหลัก

เราคงคุยกันภาษากะเทยไปหน่อย จนน้องกะเทยเจ้าของร้านถามว่า

พี่ๆเป็นดีเจกันรึ่ปาวเนี่ย คุยกันได้ฮามากกกค่ะ

.

.

เสาร์อาทิตย์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ชีวิตหลังจากนั้นกับวันหยุดสามวัน

จะเน้นการกินและนอนอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่

หลักคือกินสามถึงสี่มื้อ ไม่นับรวมขนม และผลไม้ที่กินตลอดเวลาที่ตื่น

ตอนบ่ายนี่เมื่ออ่านคันจิและไวยกรณ์ไปได้ไม่กี่หน้าก็ตาปรือ

สรุปว่าอ่านได้ชั่วโมงกว่าแต่นอนไปสองชั่วโมงกว่า...อิอิ

.

.

กลับบ้านครั้งนี้นอกจากจะได้พักผ่อนเต็มที่แล้ว

ยังได้แนวทางการมีธุรกิจย่อมๆติดไม้ติดมือกลับมาสามสี่อย่าง

ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำควบคู่นเวลาเดียวกันได้โดยไม่เดือดร้อนงานประจำ

สองอย่างก็มาจากเจ้าเหมี่ยวเพื่อนเลิฟ

ซึ่งอีกไม่นานเราคงได้เป็นหุ้นส่วนชีวิต....เอร๊ยยย หุ้นส่วนธุรกิจ

ส่วนอีกอย่างก็ออกแนวเป็นนายหน้าให้ญาติห่างๆซึ่งรุ่นราวคราวเดียวกัน

ส่วนอันสุดท้ายก็มาจากคำแนะนำของน้องชายเกี่ยวกับเรื่องโฮมสเตย์

แต่อันหลังสุดนี่ต้องขึ้นอยู่กับว่าเค้าจะปล่อยให้ทำต่อเมื่อไหร่

อันนี้ก็ต้องสวดมนต์ภาวนาให้งานถ่ายรูปแกเยอะๆจนไม่มีเวลามาดูแลเองนั่นล่ะ

.

.

ต่อให้ไม่กระทบงานประจำแต่การที่ทำงานอยู่ถึงปราจีนก็ทำให้เราพะว้าพะวงเหมือนกัน

ประจวบเหมาะกับใจร่ำๆอยากอยู่ใกล้บ้านแล้ว

คืนนี้ก็ว่าจะอัพเดทน้องเร(ซูเม่)เสียหน่อย...ฮี่ๆๆ

.

.

วันแม่ที่ผ่านมาได้อยู่เต็มวันกับครอบครัวเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆปี...รู้สึกดีจัง

ปีหน้าก็หวังว่าได้พร้อมหน้ากันแบบนี้อีก....

 

รักแม่หนูที่สุดค่ะ...